วันศุกร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2560

การฝึกฝนการเรียนภาษาอังกฤษ ขอนแก่นสำหรับผู้เริ่มต้น

นักเรียนที่ทักษะภาษาอังกฤษอยู่ในระดับเริ่มต้นจะมีพื้นฐานด้านไวยากรณ์และคำศัพท์ภาษาอังกฤษ คุณกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาคำศัพท์และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหัวข้อในชีวิตประจำวันที่ไม่ซับซ้อน

เป้าหมายของคุณคือทำให้ภาษาอังกฤษกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและการฝึกฝนคือกุญแจสำคัญ การอดทนเป็นสิ่งจำเป็นเพราะการเรียนรู้ภาษาใหม่ต้องใช้เวลา ด้านล่างเป็นแนวทางบางส่วนในการฝึกฝนการเรียนภาษาอังกฤษ ขอนแก่นสำหรับผู้เริ่มต้น

    เขียนรายการซื้อของเป็นภาษาอังกฤษหรือค้นหา (และสร้างขึ้นมา) สูตรอาหารจานโปรดในหนังสือทำอาหารที่เป็นภาษาอังกฤษ ใช้พจนานุกรมเพื่อค้นหาคำศัพท์ที่คุณไม่คุ้นเคยและเพิ่มคำศัพท์ไปยังรายการสิ่งที่ต้องเรียนรู้ รายการดังกล่าวคือเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ผู้เริ่มต้นมีความเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ
    จดบันทึกประจำวันหรือไดอารีเพื่อบันทึกกิจกรรมประจำวันของคุณ การเขียนประโยคภาษาอังกฤษพื้นฐานไม่กี่ประโยคทุกวันและการมองหาคำศัพท์ที่ไม่รู้จักจะช่วยสร้างพื้นฐานคำศัพท์ของคุณได้เป็นอย่างดี
    ชมภาพยนตร์เรื่องโปรดหรือรายการทีวีที่เป็นภาษาอังกฤษ และเปิดคำบรรยายภาษาอังกฤษเพื่อให้คุณสามารถอ่านตามได้ การรู้เนื้อเรื่องจะทำให้คุณมีสมาธิในการฟังและทำความเข้าใจกับบทสนทนาภาษาอังกฤษ
    คุยกับผู้อื่นเพื่อให้คุณสามารถฝึกฝนได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ แม้ว่าบุคคลนั้นจะไม่ใช่ผู้พูดที่เป็นเจ้าของภาษา ภาษาอังกฤษสำหรับผู้เริ่มต้นจะเกี่ยวกับการลองผิดลองถูก ดังนั้นการพูดคุยเกี่ยวกับสภาพอากาศ สถานที่พักผ่อนที่ชื่นชอบ หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ล้วนเป็นการฝึกบทสนทนาที่จะนำไปสู่การสร้างความมั่นใจและเพิ่มทักษะพื้นฐานด้านภาษาอังกฤษของคุณ
    ทำแบบทดสอบ EFSET—ซึ่งสามารถทำได้หลายครั้งเท่าที่คุณต้องการ การทดสอบจะปรับเปลี่ยนไปตามระดับภาษาอังกฤษของคุณ อีกทั้งยังช่วยวัดระดับทักษะการฟังและการอ่านของคุณ ตลอดจนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษพื้นฐานและทักษะด้านคำศัพท์

วันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2560

ประโยชน์ของน้ำตาลตกแต่งหน้าเค้กต่อผลิตภัณฑ์เบเกอรี่

ประโยชน์ของน้ำตาลตกแต่งหน้าเค้กต่อผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ 

1) ให้ความหวานแก่ผลิตภัณฑ์ กลิ่น และรสแก่ผลิตภัณฑ์

2) เป็นอาหารของยีสต์ในระหว่างการหมัก

3) ถูกย่อยด้วยเอนไซม์เป็นโมเลกุลน้ำตาลเล็ก ๆ

4) ช่วยในการตีครีม และการตีไข่ให้ส่วนผสมมีความคงตัว

5) ช่วยเก็บความชุ่มชื้นภายในผลิตภัณฑ์

6) ทำให้สีผิวของผลิตภัณฑ์สวยขึ้น

7) เพิ่มคุณค่าอาหารในผลิตภัณฑ์โดยให้สารอาหารพวกคาร์โบไฮเดรท

http://wordpressreporters.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b/

วันอังคารที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560

วิธีการเลือกโซฟา

หลายคนคิดว่าการเลือกซื้อโซฟาเป็นเรื่องง่าย เหมือนดั่งกับว่าคู่รักที่เพิ่งแต่งงานแล้วเดินเลือกซื้อโซฟาด้วยกัน เมื่อถูกใจก็ยกกลับไปตั้งที่บ้าน หลังจากนั้น 1 ปีผ่านไป คุณก็ยังคงได้รับความสะดวกสบายและความสุขจากโซฟาตัวนั้น คุณคงคิดแบบนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นเรื่องยากที่คุณจะได้โซฟาที่ดี และอยู่คู่บ้านคุณไปอย่างยาวนานโดยไม่เสื่อมคุณภาพ

เลยมีวิธีการเลือกโซฟาแบบสั้นๆ กระชับๆ และใช้ได้จริงมาฝากทุกคน พร้อมแล้วไปเดินเลือกซื้อโซฟาด้วยกันเลยนะคะ

1.รูปร่าง โซฟามีรูปร่างที่หลากหลายและแตกต่างกัน แล้วอันไหนล่ะที่เหมาะกับคุณมากที่สุด จุดแรกที่คุณต้องพิจารณาคือดูรูปร่างและแบบของห้องที่คุณจะนำโซฟาไปตั้ง พิจารณาคอนเซ็ปต์โดยรวมที่คุณต้องการ อย่างเช่นถ้าห้องของคุณมีพื้นที่เล็กๆ แคบๆ คุณควรเลือกโซฟาแบบที่มีขาเพื่อลวงตาทำให้ห้องดูมีพื้นที่มากกว่าที่เห็น แต่หากห้องของคุณมีขนาดใหญ่ความยืดหยุ่นในการเลือกโซฟานั้นย่อมมีมากกว่าอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมโดยรวมด้วย

2.ขนาด มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณคิดว่าจะมีจำนวนเฟอร์นิเจอร์ในห้องของคุณให้เหมือนห้องของคุณเป็นโชว์รูม มันจะเป็นไปได้มากกว่าถ้าคุณจะเดินไปที่แผนกโซฟาแล้วพิจารณาขนาดว่ามันเหมาะสมกับห้องของคุณมากน้อยแค่ไหน และต้องใช้พื้นที่ขนาดไหนในการวางมัน และถ้าคุณจะใช้โซฟาแทนที่เก้าอี้ยาวตัวเดิม คุณต้องแน่ใจว่าขนาดที่คุณต้องการคือขนาดไหน

3.โครงโซฟา มันเป็นความคิดที่ดีที่คุณจะหาข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างโซฟาของคุณ แทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาเลือกโซฟาที่ทำจากผ้าอย่างเดียว คุณอาจต้องพิจารณาเรื่องกรอบของโซฟาที่ทำจากไม้เนื้อแข็งจะทำให้โซฟาทนทานกว่า ข้อต่อของโซฟา กรอบโลหะ รวมไปถึงหลักในข้ออื่นๆ ด้วย

4.เบาะ และ สปริง เป็นอีกส่วนที่ผู้ซื้อควรให้ความสำคัญพอๆ กับโครงสร้างโซฟา เพราะอย่างสปริงนั้นอาจมีคุณภาพที่หลากหลาย ในโซฟาราคาถูกมันอาจจะไม่ได้มีสปริงในจำนวนที่เหมาะสมอยู่ภายใน ซึ่งมันมีผลมากต่อการนั่ง การนอนที่สะดวกสบาย รวมไปถึงความทนทาน เช่นเดียวกับเบาะที่เราต้องให้ความสำคัญพอๆ กับการเลือกที่นอน โดยเบาะที่นั่งนั้นควรเหมาะกับสรีระของคุณในขณะที่คุณนั่ง และมันควรคืนรูปเมื่อคุณลุกขึ้น อย่าลืมว่าโซฟาที่คุณไปลองนั่งในโชว์รูมนั้นผ่านการนั่งมาจากลูกค้าจำนวนหลายคน จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทันทีที่คุณไปนั่ง คุณจะรู้สึกว่าโซฟาตัวนั้นกระชับมาก

5.ด้านหลัง และความสูงของที่วางแขน ความสูงเฉลี่ยด้านหลังของโซฟาคือ 92 เซนติเมตร แต่ถ้าเป็นโซฟาในรูปแบบที่ร่วมสมัยอาจมีความสูงต่ำกว่านี้โดยอยู่ที่ประมาณ 83 เซนติเมตร ถ้าคุณเลือกเก้าอี้ยาวแล้วด้านหลังสูงมันจะดีมากถ้าคุณวางเก้าอี้ยาวตัวนั้นติดกับผนัง หากคุณวางแผนว่าจะปรับโซฟาให้สามารถเอนนอนได้ อย่าลืมเลือกโซฟาแบบที่มีที่วางแขนท่อนล่างด้วย เพราะเวลานอนคุณจะได้นอนได้อย่างสบายตัว

6.ผ้า ผ้าลินินหรือหนัง ถ้าคุณเป็นคนที่มักใช้เวลานานๆ อยู่กับโซฟา โซฟาทำจากหนังก็มีความทนทาน ทำความสะอาดง่ายและยังให้ความรู้สึกหรูหรา แต่ก็อีกนั่นแหละโซฟาหนังยังต้องการการดูแลรักษาค่อนข้างมาก แต่ถ้าเลือกผ้าฝ้ายมันก็ช่วยคลายร้อนในฤดูร้อนและอบอุ่นในฤดูหนาว แต่ขณะเดียวกันมันก็เปรอะเปื้อน เลอะเทอะง่าย แต่ถ้าบ้านที่อยู่กันเป็นครอบครัวอยากแนะนำให้เลือกเป็นผ้าโดยอาจเป็นผ้าที่มีส่วนผสมของใยสังเคราะห์เนื่องจากมันยากต่อการเกิดรอยและการขาด

7.ราคา ถ้ามันจะเป็นโซฟาที่คุณใช้ไปตลอดชีวิต คุณอาจเลือกโซฟาที่คุณสามารถจ่ายเงินได้ แต่อย่าลืมว่าคุณภาพและความประณีตมักเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก ดังนั้นคุณลองไปเดินดูของที่ลดราคา คุณอาจจะได้โซฟาคุณภาพดีในราคาที่ลดลง ซึ่งดีกว่าคุณไปเลือกโซฟาราคาถูกอย่างแน่นอน

8.ความสะดวกสบาย สมมุติว่าคุณได้ลองนั่งโซฟาคุณก็ควรพิจารณาว่าเวลาคุณใช้จริงคุณจะนั่ง จะนอนในท่าไหนจากนั้นตัดสินใจจากความสะดวกสบายที่คุณได้รับ ถ้าคุณต้องการซื้อโซฟาไปนอนด้วยคุณก็ควรทดลองนอน โซฟาที่ดีนั้นก็ต้องเป็นส่วนผสมของสุนทรีกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ลงตัว

วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2557

สัญญาณเตือนจากร่างกาย ได้เวลากินวิตามินดีด่วน !



ในแต่ละวันเราได้รับวิตามินดีเพียงพอแล้วหรือยัง สัญญาณจากร่างกายต่อไปนี้จะร้องบอกคุณเองว่า ได้เวลากินวิตามินดีด่วน !
          
          แม้เราจะรับวิตามินดีได้ง่าย ๆ จากการตากแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้า แต่จากข้อมูลทางการแพทย์ที่เว็บไซต์ Huffington Post เขาหยิบยกมาให้เราได้รู้ แสดงให้เห็นเลยว่า ปัจจุบันมีคนได้รับวิตามินดีไม่เพียงพออยู่จำนวนมากเลยทีเดียวนะคะ ซึ่งมาถึงตรงนี้หลายคนก็เกิดความสงสัยขึ้นมาทันทีแล้วล่ะสิ เอ๊ะ ! นี่ร่างกายเราขาดวิตามินดีกับเขาด้วยหรือเปล่าเนี่ย ? งั้นเอาเป็นว่ามาสำรวจอาการบ่งชี้จากสัญญาณของร่างกายต่อไปนี้ดีกว่า

1. ปวดเมื่อยร่างกายเป็นประจำ   โดยเฉพาะในหน้าหนาว และตอนเช้าที่ลุกออกจากเตียง หากคุณเป็นอีกคนที่รู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัว ทั้งกระดูก และกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ก็ฟันธงได้กว่า 80% เลยว่า ร่างกายกำลังขาดวิตามินดีนะจ๊ะ ดังนั้นควรอัพวิตามินดีให้ร่างกายด่วน ๆ จ้า

2. รู้สึกซึมเศร้า   วิตามินดีมีส่วนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของสารสื่อนำประสาทเซโรโธนิน (neurotransmitter serotonin) ซึ่งก็สอดคล้องกับการศึกษาทางการแพทย์เมื่อปี ค.ศ. 1998 ที่พิสูจน์มาแล้วว่า กลุ่มอาสาสมัครที่ได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ จะมีสภาวะทางอารมณ์ในเชิงบวก มากกว่ากลุ่มอาสาสมัครที่ไม่ได้รับวิตามินดีอย่างเหมาะสม

3. อายุขึ้นเลข 5   เมื่อแก่ตัวลงผิวหนังความสามารถในการรับวิตามินดีของร่างกายก็จะด้อยประสิทธิภาพ พร้อมกันนั้นตับก็แปลงวิตามินดีจากอาหารที่เรากินเข้าไปได้น้อยลงด้วย นอกจากนี้ผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไปมักจะไม่ค่อยได้รับแสงแดด เพราะอยู่ในร่มเป็นส่วนใหญ่ โอกาสได้รับวิตามินดีเลยค่อนข้างน้อยตาม ดังนั้นอาจจะถึงเวลาต้องเสริมวิตามินในมื้ออาหารให้มากขึ้นกว่าปกติแล้วล่ะค่ะ

4. ผิวคล้ำดำง่ายกว่าเดิม    แพทย์ได้เผยผลการศึกษาไว้ว่า แสงแดดรุนแรง ที่มีค่า SPF 30 สามารถลดประสิทธิภาพในการผลิตวิตามินดีของผิวได้มากถึง 97% ซึ่งก็หมายความว่า ผิวของเราจะต้านทานรังสียูวีได้น้อยลง ทำให้โดนแดดเผาจนผิวมีสีเข้มขึ้นอย่างง่ายดาย ดังนั้นใครที่รู้สึกว่าช่วงนี้ผิวพรรณหมองคล้ำดำง่ายผิดปกติ นั่นก็แสดงว่า ร่างกายส่งสัญญาณเตือนให้กินวิตามินเพิ่มขึ้นโดยเร็วเลยนะจ๊ะ

5. เหงื่อเยอะจนสังเกตได้   ถ้ารู้สึกว่าตอนนี้ร่างกายชักจะผลิตเหงื่อมากเกินไปแล้ว อาจจะไม่ได้เป็นเพราะอากาศร้อน หรือคุณเป็นไข้เพียงอย่างเดียว เนื่องจากอาการเหงื่อแตกพลั่กเยอะขึ้นจนสังเกตได้อย่างนี้ แพทย์ก็บอกว่า มีแนวโน้มขาดวิตามินดีพอสมควรเลยทีเดียว และถ้าไปปรึกษาแพทย์ก็อาจจะได้รับการรักษาด้วยวิตามินดีเช่นกันจ้า

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารเสริมผิวขาว




สารอาหารเสริมผิวขาวที่เราจะมาพูดกันในวันนี้ไม่ใช่อาหารเสริมที่เป็นแบบเม็ด เป็นแคปซูล หรือเป็นยาหรอกนะค่ะ แต่จะเป็นสารอาหารเสริมผิวขาวจากธรรมชาติต่างหากค่ะ


ว้าวๆๆๆๆ… สาวๆ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าในอาหารต่างๆ ที่เราได้รับประทานเข้าไปนั้นส่วนใหญ่ก็จะมีสารที่ช่วยให้เรามีผิวขาวกัน อยู่แล้ว แต่ก็เลือกรับประทานกันสักหน่อยเพราะก็ไม่ใช่อาหารทุกอย่างซะทีเดียวที่จะมี สารอาหารเสริมผิวขาวตัวช่วยผิวสวยของคุณค่ะ สาวๆ หลายคนในตอนนี้ก็คงจะอยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะค่ะว่าสารอาหารเสริมผิวขาวนั้นมี อยู่ในอาหารจำพวกใดกันบ้างเอ่ย…ก็เค้าอยากมีผิวขาวเร็วๆ นี่น่า อิอิ เอาเป็นว่าบ่นมาก็ตั้งนานและเนอะนั้นเรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่ามีอาหารอะไร บ้างและจะเป็นอาหารที่เราได้ทานกันอยู่เป็นประจำรึเปล่าน๊า…

1. สารอาหารที่มีโปรตีน กรดอะมิโนหรือโอเมก้า 3 ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้ผิวคงความอ่อนเยาว์ผิวพรรณเปล่งปลั่งและอาหารที่มีใน จำพวกนี้ได้แก่จำพวกปลาทะเลทั้งหลาย เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาค้อด ฯลฯ

2. สารอาหารที่เต็มไปด้วยเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี เกลือแร่ ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะช่วยให้ผิวคุณไม่หมองคล้ำแต่กลับมีแต่ความขาวสดใส เปล่งปลั่งมากยิ่งขึ้น และสารอาหารเหล่านี้ก็อยู่ในผักผลไม้ต่างๆ อยู่แล้วค่ะ เลือกกินให้เยอะๆ แต่ถ้ากินหลากหลายๆ สีก็จะยิ่งดีมากเลยค่ะ เพราะแต่ละสีก็จะมิตามินและเกลือแร่ตัวอื่นๆ มาร่วมด้วยได้ประโยชน์สองต่อ ทั้งนี้ยังรวมถึงธัญพืชและถั่วต่างๆ ด้วยนะจ๊ะ

3. สารอาหารที่มีไอโซเฟลโวนซึ่งมีไขมันต่ำแถมต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ที่สำคัญช่วยทำให้ผิวคุณขาวขึ้นกินแล้วไม่อ้วนขึ้นแน่นอน อย่าลืมดื่มทุกวันล่ะนะ และนั้นก็คือ น้ำนมถั่วเหลืองนั่นเองค่ะ
นอกจากการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวให้ผิวหน้าของคุณดูสว่างใสแล้ว ออกกำลังกาย นอนหลับให้เพียงพอ ดื่มน้ำเพื่อให้ผิวมีความชุ่มชื้นแล้ว การเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงผิวก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้คุณ ดำเนินชีวิตไปอย่างไม่ต้องกังวลกับผลที่ตามมาจากการเข้าคอร์สพิเศษทรี ทเม้นต์ ราคาแพงอีกด้วยค่ะ

วันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

มาแก้นิสัยขี้ลืมกัน



ทุกวันนี้กิจกรรมประจำวันเรามีมากขึ้นกว่าสมัยก่อนเยอะ แล้วยิ่งเทคโนโลยีเข้ามามากขึ้น แน่นอนล่ะว่าเราจะใช้เหล่าสมาร์ทโฟนเป็นตัวช่วยจำในสิ่งต่าง ๆ เป็นผลให้ตอนนี้เรามักติดนิสัยขี้ลืมขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ใครเป็นปัญหานี้กันอยู่บ้างคะ .. . วันนี้มีวิธีแก้นิสัยขี้ลืมมาบอกกันค่ะ

จดบันทึกช่วยจำ      การจดบันทึกในสมุดที่มีวันที่นั้น จะช่วยให้วางแผนเรื่องในชีวิตได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ต้องทำแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ หรือแต่ละเดือน จดข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัน ๆ นั้นที่ต้องทำหรือมีความสำคัญ หรือแม้แต่ความรู้สึกนึกคิด คำคมต่าง ๆ การจดจะช่วยย้ำให้สมองจำเรื่องราวเหล่านี้ได้ดีขึ้น

หมั่นพูดกับตัวเอง    ไม่ว่าจะต้องทำอะไรบ้างในวันนั้น ก่อนออกจากบ้าน หรือก่อนจะเริ่มกิจกรรมควรเปล่งเสียงออกมาเสมือนพูดกับตัวเอง "ฉันต้องไปซื้อของ แล้วขับรถไปรับแม่ พอตอนเย็นฉันมีนัดทานข้าวกับเพื่อน" ประมาณนี้ การพูดออกมาซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ กับตัวเองจะทำให้เราจำในสิ่งที่ต้องทำได้อีกทางหนึ่ง

จัดระเบียบการเก็บข้าวของให้เป็นที่     เปลี่ยนนิสัยการวางของแบบไม่เป็นระเบียบ ไม่ใช่ว่าจะวางอะไรก็วางได้เลย ยิ่งจะทำให้ลืมของเหล่านั้นง่ายขึ้น หันมากำหนดการวางของตัวเอง เช่น กุญแจรถวางไว้บนตู้โชว์ ส่วนนาฬิกาวางไว้บนตู้ข้างเตียง ยาประจำตัวก็ไว้ในกระเป๋าใบเล็กที่พกประจำ การจัดระเบียบการเก็บของแบบนี้จะทำให้ไม่ลืมว่าเราเก็บของอะไรไว้ที่ไหนบ้าง

อย่าทำหลายอย่างพร้อมกัน      ลำพังแค่การจำสิ่ง ๆ หนึ่งก็ยังจะชอบลืมเลย ไม่ต้องไปพูดถึงสำหรับอะไรที่ทำในเวลาเดียวกัน อย่างเช่น เปิดนิตยสารอ่าน พร้อมกับฟังดีเจคลื่นวิทยุ แล้วก็คุยโทรศัพท์กับเพื่อนไปด้วย นั่นจะยิ่งทำให้เราไม่มีสมาธิต่ออะไรเลยสักอย่าง แล้วก็จะจำอะไรไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลในหนังสือที่เราอ่าน ข่าวที่ดีเจเล่าให้ฟัง หรือแม้แต่เรื่องที่เพื่อนคุยกับเราก็ตาม

ทำอะไรให้ช้าลง    หากเราติดนิสัยทำอะไรเร็ว พูดเร็ว ก็จะยิ่งทำให้รายละเอียดของสิ่งเหล่านั้นเบาบางลงไป ยิ่งจะทำให้สมองเก็บเรื่องราวเหล่านั้นไม่ทัน หันมาทำให้ช้าลง ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ ทำ และใส่ใจในรายละเอียดของแต่ละสิ่งที่ทำ

ทำสุขภาพกาย สุขภาพใจ ให้แข็งแรง       ไม่ว่าจะตั้งแต่การดูแลตัวเองให้ดี ทานอาหารให้ครบหมู่ เน้นอาหารที่อุดมวิตามินซี อี และเบต้าแคโรทีน โดยเฉพาะส้ม องุ่น เบอร์รี่ ผักสีเขียว ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ให้ร่างกายแข็งแรง ส่งผลให้ถึงสมองและจิตใจที่ดีตามไปด้วย นอกจากนั้นอาจจะหากิจกรรมบริหารสมองเสริมเข้าไป อย่างเช่น การเล่นเกมฝึกทักษะ การอ่านหนังสือ การเล่นดนตรี เพราะกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้สมองได้ออกกำลังด้วย

ตั้งสติ-ทำสมาธิ   สุดท้ายควรหมั่นฝึกนั่งทำสมาธิทุกวัน เพื่อกำหนดจิตใจเราให้นิ่ง ถือเป็นการฝึกสมาธิและช่วยให้การทำสิ่งต่าง ๆ ของเราชัดเจนและตั้งใจมากขึ้น ส่งผลให้เราจะสามารถจำในสิ่งเหล่านั้นได้ดียิ่งขึ้น